รีวิวหนัง INTRUDER อย่าให้ ยูจิน เข้าบ้าน

เรื่องย่อ ยูจิน (ซงจีฮโย จาก A Frozen Flower) หญิงสาวที่ล่องหนไปอย่างลึกลับนานถึง 25 ปี ก่อนที่จะวันดีคืนดี คุณจะกลับมาหาพี่ชายอย่าง ซอจิน (คิมมูยอล จาก The Gangster, The Cop, The Devil) และก็ครอบครัว ในเวลาที่ผู้อื่นตื้นตันใจรวมทั้งดีอกดีใจกับการกลับมาของยูจิน แต่ว่าซอจินกลับมีความรู้สึกว่าคุณคนนี้บางทีอาจไม่ใช่น้องสาวของเขา

ผลงานจากผู้กำกับคนใหม่ ชอนวอนเปียง ที่ทำหนังเรื่องแรก โดยได้ศิลปินแม่เหล็กอย่าง ซงจีฮโย ที่คุ้นตาชินตาจากรายการวาไรตี้อย่าง Running Man ที่ได้รับความนิยมในบ้านพวกเราอยู่พักใหญ่ มากลับหน้าที่เข้มดุรวมทั้งมืดหมองในบท ยูจิน น้องสาวปัญหาที่หายไปกว่า 20 ปี และก็ส่อแววพิรุธมากไม่น้อยเลยทีเดียว

ตอนที่อีกเดอะหามของหนังก็ได้ คิมมูยอล ที่กลับมาเล่นหนังแนวจิตวิทยา ซึ่งจะว่าไปกลิ่นเหมือนหนัง Forgotten เมื่อปี 2017 ที่มีให้ดูในอินเตอร์เน็ตฟลิกซ์ของเขาอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งครึ่งแรกของหนัง ถ้าหากแต่รอบนี้เขาสลับหน้าที่มาเป็นตัวละครที่แทนสายตาผู้ชมและก็จะต้องแสวงหาความเป็นจริงที่พร่าเลือนของตัวเองแทน

ส่วนที่ดีของหนังเป็น การแสดงของ 2 ดารายอดนิยมที่สมแก่เกียรติศักดิ์ เนื่องจากช่วยประคองหนังให้มีความเคร่งเครียดและก็ตื่นเต้นได้ดิบได้ดี หากแม้มองดูไปในหนังแนวเดียวกันจำเป็นต้องเห็นด้วยว่าบทมิได้ส่งให้ทั้งสองโชว์พลังแบบน่าจำอะไรนักก็ตาม มิติทางลึกข้างในผู้แสดงมิได้ถูกขับชัดออกมา แต่ว่าดังนี้ทั้งสองก็หาตอนที่เป็นของตัวเองได้แบบพอเพียงเอาชีวิตรอด อย่างคิมมูยอลก็มีฉากที่เขาจำต้องโดนโจมตีจิตใจครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงเกือบจะแหลกสลาย ส่วนซงจีฮโยก็มีฉากตีบทสองหน้าให้ชักชวนหมั่นไส้อยู่เป็นระยะ น่าประหลาดว่าฉากจุดสุดยอดของหนังกลับไม่ใช่ส่วนที่น่าจำไปเสียฉิบ ไม่ถูกขนบหนังแนวนี้มากมาย

สิ่งที่ทำเป็นแทบดี เป็นการให้ตัวเอกเป็นนักออกแบบที่บ้างาน เขามีเงื่อนซ้ำไปซ้ำมาหนักๆอีกทั้งความหลังที่ปล่อยมือน้องสาวกระทั่งพลัดหลงหายไป ถัดมาก็ในขณะนี้ที่เมียของเขาเสียชีวิตจากการชนแล้วหนี แล้วก็ในที่สุดเป็นการจะต้องรักษาครอบครัวที่กำลังแตกสลายเนื่องจากว่าการมาถึงของยูจิน

สิ่งที่หนังเกือบจะทำเป็นน่าดึงดูดเป็น การดึงเอาความเป็นนักออกแบบมาเล่นกับกิมไม่กเงื่อนต่างๆเช่น เขาวางแบบบ้านที่อยู่เดี๋ยวนี้เพื่อตามหาน้องสาวที่หายไป หรือฉากสถานที่ในความจำที่เขาทำสะกดจิตบรรเทาแล้วสื่อเชิงเครื่องหมายออกมาเป็นภาพต่างๆพวกนี้ล้วนมองเห็นเชื้อความคิดริเริ่มที่มีคุณภาพที่ผิดนำเอามาใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเหตุว่าในที่สุดมันก็มิได้ขยายความจนกระทั่งผู้ชมรู้เรื่องว่าแบบบ้านมันใส่รับกับเงื่อนต่างๆเช่นไร หรือกิมไม่กความทรงจำต่างๆมันสะท้อนสภาวะข้างในนักแสดงยังไง

รวมทั้งสิ่งที่นำความหายนะมาสู่หนังหัวข้อนี้เยอะที่สุดอาจไม่พ้นบทหนัง เนื่องจากว่าเป็นหนังเรื่องแรกของผู้กำกับใหม่ มันก็เลยเต็มไปด้วยความทะยานอยากยิ่งใหญ่จนกระทั่งคุมไม่อยู่ เมื่อที่มาวางพลอตไว้อย่างวูบวาบหวือหวาเหมือนกับม้าชายหนุ่ม ครั้นเมื่อดีกรีความตึงเครียดพุ่งขึ้นไปเรื่อยเจ้าม้าชายหนุ่มก็พยศเอาเสียผู้กำกับคุมให้วิ่งในทางมิได้ นำมาซึ่งการทำให้การเฉลยคำตอบจนกระทั่งจุดคลี่คลายเปลี่ยนเป็นงานหยาบคายที่เชิญชวนกุมขมับอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผลอย่างสิ้นเชิง แต่ทว่ามันมองฝ่าฝืนสำหรับการมานะชี้แจงแบบเอาให้หนังจบได้ ด้วยไอเดียที่เชยระดับหนังเกรดบีสมัยเก่า ยิ่งฉากจุดสุดยอดที่มีการคว้ามือขอบผานี่มันช่างเชยจนถึงทำเอางานครั้งฟต์ครึ่งเรื่องแรกเกือบจะไม่เหลือคุณประโยชน์ทีเดียว

ผู้กำกับยังคดโกงบทให้ตัวละครที่เป็นตัวเอกไม่มีสติเกือบจะอีกทั้งเรื่อง ทั้งยังโดนยา โดนหลอก โดนใส่ร้ายป้ายสี โดนยุแหย่สารพัดสารพัน ครั้นเมื่อสืบสาวจนถึงรู้เรื่องรู้ราวจริง ก็ยังวิ่งเป็นหนูเข้าไปติดจั่นแบบทึ่มๆได้พร่ำเพรื่ออย่างว่าแม้ผู้แสดงขาดสติสำหรับในการต่อกรสิ่งต่างๆเหตุการณ์อะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ตามผู้ผลิตบันดล รวมทั้งลงล็อกพอดิบพอดีกับการหาทางลงให้เรื่องราวที่พยศไปเกินผู้กำกับจะคุมไหว ความสิ้นคิดของดารานำชายก็เล่นเอาผู้ชมยังอ่อนแรงจะเอาใจช่วย และก็ระรานจะเป็นความรำคาญ ซึ่งกล่าวตามตรงด้านหลังๆเรื่องเกือบจะช่างชะตานักแสดงแล้ว หากบทจะปั่นให้แก้ไขปัญหาทึ่มๆขนาดนี้

สรุป Intruder อย่าให้ยูจินเข้าบ้าน เป็นหนังประเทศเกาหลีแนวธริลเลอร์จิตวิทยาที่ทำเป็นดีในครึ่งแรกของหนัง แต่ว่าแทนที่จะมัวแต่พองามและก็คุมให้อยู่หมัดด้วยการขยี้ความเครียดแบบเชือดคม แล้วก็การเฉลยคำตอบที่พอดี หนังกลับเกินเลยคิดกระทำการใหญ่กระทั่งช่วงหลังเป็นโรคมะเร็งของเรื่องราวไปโดยปริยาย